6 อาหารบำรุงเหงือกและฟัน ทำให้สุขภาพเหงือกและฟันแข็งแรง

6 อาหารบำรุงเหงือกและฟัน ทำให้สุขภาพเหงือกและฟันแข็งแรง

แชร์เรื่องนี้

อาหารบำรุงเหงือกและฟัน เป็นอาหารที่ควรทานทุกวัน เพื่อให้สุขภาพเหงือกและฟันแข็งแรงอยู่เสมอ เพียงแค่รู้จักการเลือกรับประทานอาหารให้เป็น ก็จะทำให้เรามีสุขภาพช่องปากที่ดีขึ้นได้

อาหารที่ช่วยบำรุงเหงือกและฟัน

  • นม
นม

สารอาหารในนมมีหลายชนิดที่ช่วยในการเสริมสร้างเหงือกและฟันให้แข็งแรง เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม ซึ่งจะช่วยในการบำรุงฟันและรากฟันให้แข็งแรง ไม่โยกคลอน เพราะฉะนั้นในแต่ละวัน เราควรดื่มนมให้ได้ปริมาณที่เพียงพอต่อร่างกาย อย่างน้อยวันละ 1 แก้ว นอกจากจะเสริมสร้างฟันแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงด้วย

  • ผักคะน้า ผักโขม
ผักคะน้า ผักโขม

ผักเหล่านี้จะมีวิตามินที่สำคัญชนิดหนึ่งนั่นก็คือ วิตามินเค ที่ช่วยป้องกันและชะลอการเสื่อมของกระดูกฟัน เมื่อเรารับประทานเข้าไปแล้ว จะทำให้ร่างกายผลิตโปรตีนชนิดหนึ่ง ที่จะเข้ามาเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูกและฟัน แถมการทานผักชนิดนี้ ยังช่วยในเรื่องของระบบการย่อยอาหารได้ด้วย

  • ส้ม สตรอเบอรี่ มะขามป้อม
ส้ม สตรอเบอรี่ มะขามป้อม

เป็นผลไม้ที่วิตามินซีสูง ซึ่งเป็นวิตามินที่มีความสำคัญกับสุขภาพเหงือกและฟัน ช่วยในการบำรุงสุขภาพเหงือกและฟันให้แข็งแรง เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย การรับประทานผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง ทำให้สุขภาพช่องปากดีขึ้นได้ และป้องกันโรคที่เกี่ยวกับเหงือกได้ด้วย เช่น โรคเลือดออกตามไรฟัน โรคเหงือกอักเสบ เป็นผลไม้ที่เราทานได้ทุกวัน และหาทานได้ไม่ยาก

  • ปลาทะเล
ปลาทะเล

เช่น ปลาทูน่า ปลาซาดีน ปลาแซลม่อน มีสารหลายชนิดที่จำเป็นต่อการเสริมสร้างเหงือกและฟัน โดยเฉพาะวิตามิน ฟอสฟอรัส และแคลเซียม เป็นตัวช่วยในการเสริมสร้างโครงสร้างของกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยเสริมสร้างเคลือบฟันให้แข็งแรง

  • ถั่ว ธัญพืช และอะโวคาโด้
ถั่ว ธัญพืช และอะโวคาโด้

เป็นอาหารบำรุงเหงือกและฟันที่ควรรับประทานทุกวัน เพราะในถั่วและอะโวคาโด้ มีวิตามิน แร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย รวมไปถึงโพแทสเซียม ซึ่งจะช่วยในการเพิ่มมวลของกระดูกและฟันให้หนาแน่น ทำให้กระดูกและฟันแข็งแรงขึ้น แถมถั่วและอะโวคาโด้ ยังช่วยป้องกันไม่ให้หิวอีกด้วย เหมาะกับผู้ที่กำลังลดน้ำหนักดีทีเดียว

  • ฟักทอง แครอท มันเทศ
ฟักทอง แครอท มันเทศ

อุดมไปด้วยวิตามินเอสูง นอกจากบำรุงสายตา ช่วยในการมองเห็นแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างดูแลสุขภาพช่องปากได้ด้วย เพราะจะทำให้น้ำลายที่อยู่ในปาก ทำงานได้อย่างปกติ ไม่ทำให้ปากแห้ง ป้องกันการติดเชื้อในช่องปากได้

พฤติกรรมที่ทำอันตรายให้กับเหงือกและฟันมากที่สุด

คนที่สุขภาพเหงือกและฟันไม่ดี ส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมส่วนตัวของเราเองด้วย ที่ทำให้เหงือกและฟันถูกทำลาย และเสื่อมง่ายกว่าปกติ มาดูว่ามีพฤติกรรมอะไรบ้าง ที่อันตรายต่อเหงือกและฟัน

พฤติกรรมที่ทำอันตรายให้กับเหงือกและฟันมากที่สุด
  • การแปรงฟันแรงๆ ความเชื่อของหลายคนเชื่อว่า ยิ่งแปรงฟันแรงเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ฟันสะอาดมากขึ้นเท่านั้น ความจริงแล้วไม่ใช่ เพราะจะทำให้เหงือกและฟันถูกทำลายได้ง่าย โดยจะทำให้เหงือกบางเร็ว และเคลือบฟันถูกทำลายไปพร้อมกัน
  • การใช้ฟันเปิดฝาขวด เช่น การเปิดฝาเครื่องดื่ม มีโอกาสที่จะทำให้ฟันแตก ฟันโยกคลอน และทำให้เหงือกอักเสบได้ เป็นพฤติกรรมที่ต้องระวัง ให้ใช้อุปกรณ์ในการเปิดจะดีกว่า
  • เคี้ยวน้ำแข็งบ่อยๆ คนที่ชอบเคี้ยวน้ำแข็ง จะทำให้ฟันเสื่อมสภาพได้ง่าย และฟันอาจจะแตกได้ ที่สำคัญความเย็นจากน้ำแข็ง จะทำเข้าไปทำลายประสาทของฟัน ทำให้รู้สึกปวดฟันหรือเสียวฟันได้ เป็นพฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน
  • การดื่มน้ำอัดลม ในเครื่องดื่มประเภทนี้จะมีส่วนผสมของน้ำตาลที่สูง เมื่อเรารับประทานเข้าไปแล้ว น้ำตาลจะเป็นสาเหตุของการเกิดโรคฟันผุ
  • ทานลูกอม ของหวานบ่อยๆ ในขนมประเภทนี้ก็มีน้ำตาลที่สูงเช่นกัน ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคฟันผุ และโรคเหงือกอักเสบ โดยเฉพาะคนที่ทานแล้วไม่ได้แปรงฟัน
  • ไม่ทานอาหารบำรุงเหงือกและฟัน จะทำให้ขาดสารอาหารที่จะเข้ามาดูแลเหงือกและฟัน ทำให้ฟันถูกทำลาย และเสื่อมเร็วกว่าปกติ
  • ขาดการดูแล คนที่ไม่ชอบแปรงฟัน ย่อมทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับเหงือกและฟันได้ง่าย เช่น ทำให้ฟันผุ กลิ่นปาก เหงือกบวม เหงือกอักเสบ และโรคแทรกซ้อนที่รุนแรงอย่างอื่น

โรคที่เกี่ยวกับเหงือกและฟัน ที่ควรระมัดระวัง

เมื่อสุขภาพฟันของเราไม่ดี ก็จะมีโรคเกี่ยวกับเหงือกและฟันตามมา ซึ่งบางโรคก็อันตรายถึงชีวิตได้เลย หากมีการติดเชื้อ หรือมีโรคแทรกซ้อนอย่างอื่น มีโรคอะไรบ้างที่เราต้องระวัง

  • โรคฟันผุ

เป็นโรคที่เกิดได้ง่ายที่สุด เมื่อขาดการดูแลสุขภาพช่องปาก เช่น คนที่รับประทานอาหารประเภทแป้ง และน้ำตาล น้ำอัดลมบ่อยๆ แล้วไม่ได้แปรงฟัน เมื่อปล่อยทิ้งไว้ก็จะเกิดแบคทีเรียในช่องปาก ที่จะเข้าไปทำลายเนื้อฟัน ทำให้ฟันผุในที่สุด

  • โพรงประสาทฟันอักเสบ

เกิดจากการที่ฟันผุและถูกทำลายมากเกินไป จนแบคทีเรียกินลึกเข้าไปถึงโพรงประสาทฟัน ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดฟันอย่างรุนแรง และร้าวไปถึงบริเวณหูและคอ สาเหตุก็มาจากการขาดการดูแลสุขภาพช่องปากนั่นเอง เลยทำให้ฟันผุ

  • โรคเยื้อหุ้มฟันอักเสบ

หรือเรียกอีกอย่างว่าโรคปริทันต์ ซึ่งอาการของโรคนี้เกิดจากการอักเสบลุกลามไปจนถึงรากฟัน ทำให้ปวดฟันอย่างรุนแรง ฟันโยก หรือฟันหลุดได้เลย สาเหตุก็มาจากการละเลยการดูแลสุขภาพช่องปาก จนเกิดคราบพลัค และแบคทีเรียในช่องปาก

สัญญาณอันตรายเกี่ยวกับช่องปาก ที่ต้องรีบพบแพทย์ทันที

หากคุณมีอาการชนิดนี้เกิดขึ้นในช่องปาก เป็นสัญญาณอันตราย ที่ต้องพบแพทย์ทันทีเพื่อทำการรักษา ได้แก่

สัญญาณอันตรายเกี่ยวกับช่องปาก ที่ต้องรีบพบแพทย์ทันที
  • ฟันผุ ปวดฟันบ่อยๆ ต้องรีบทำการรักษาด้วยการอุดหรือถอด เพื่อไม่ให้ลุกลาม
  • เหงือกบวม มีเลือดออกบ่อย เสี่ยงทำให้เกิดโรคเหงือกอักเสบได้ ต้องรีบพบแพทย์ทันที
  • มีหินปูนเกาะที่ฟัน ทำให้เนื้อฟันถูกทำลาย เกิดกลิ่นปาก และทำให้ฟันโยกคลอนได้ ต้องรีบทำการรักษา
  • มีกลิ่นปาก หากมีกลิ่นปากรุนแรงผิดปกติ อาจเกิดจากความผิดปกติในช่องปาก ต้องทำการตรวจโดยทันตแพทย์ เพื่อตรวจรักษา
  • มีอาการเสียวฟัน อาการนี้ก็เป็นสัญญาณเตือนของฟันที่ถูกทำลาย เพราะฉะนั้นหากเกิดอาการนี้ขึ้น อย่ามองข้าม ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อหาทางแก้ไขโดยเร็วที่สุด

สรุปส่งท้าย

เพราะเหงือกฟันของเราเป็นอวัยวะที่สำคัญในการบดเคี้ยวอาหาร หากไม่ดูแลให้ดี อาจจะทำให้สูญเสียฟันไปได้ ถึงแม้จะมีฟันปลอมมาทดแทน แต่ก็ไม่มีประสิทธิภาพเท่ากับฟันจริงของเรา ฉะนั้นควรดูแลสุขภาพช่องปากตั้งแต่ตอนนี้ รวมถึงการรับประทานอาหารบำรุงเหงือกและฟันทุกวัน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาหารบำรุงเหงือกและฟัน

วิธีการดูแลเหงือกและฟันให้แข็งแรงอยู่เสมอ ทำอย่างไร?

การดูและความสะอาดช่องปากอย่างสม่ำเสมอ เช่น การแปรงฟันทุกครั้งก่อนเข้านอน หลังตื่นนอน และหลังจากการรับประทานอาหารทุกมื้อ จะช่วยป้องกันการเกิดแบคทีเรียในช่องปาก ป้องกันฟันผุ และโรคอื่นๆ ได้ด้วย ที่สำคัญต้องหมั่นเช็คสุขภาพฟันด้วยตัวเองเสมอ ว่ามีอะไรผิดปกติในช่องปากหรือไม่ เช่น มีเหงือกบวม มีฟันผุตรงไหนหรือไม่ เพื่อที่จะได้ทำการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ

ใครบ้างที่ควรรับประทานอาหารบำรุงเหงือกและฟัน?

คนทุกเพศทุกวัย แนะนำว่าให้รับประทานอาหารบำรุงเหงือกและฟันทุกวัน เพราะเราใช้อวัยวะนี้ทุกวันอยู่แล้ว เมื่อมีการใช้ ก็ย่อมทำให้เสื่อมได้ หากขาดการดูแลที่ถูกวิธี ก็จะทำให้เหงือกและฟันถูกทำลายได้เร็วขึ้น ฉะนั้นการรับประทานอาหารบำรุงเหงือกและฟัน และดูและสุขภาพฟันที่ดี เป็นสิ่งที่ต้องทำทุกวันไม่ควรละเลย

โรคแทรกซ้อนที่เกิดกับเหงือกและฟัน อันตรายอย่างไร?

คนที่มีอาการฟันผุอย่างรุนแรง อาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนอย่างอื่นตามมาได้ ซึ่งบางโรคอันตรายถึงชีวิตได้เลย เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคปอดติดเชื้อ สาเหตุเริ่มต้นก็มาจากแบคทีเรียที่อยู่ในช่องปาก เกิดการลุกลามนั่นเอง ทำให้อวัยวะอื่นๆ เกิดการติดเชื้อ และทำให้เกิดโรคร้ายแรงขึ้น ฉะนั้นเมื่อเรามีอาการฟันผุ ควรรีบทำการรักษาทันที ไม่ควรมองข้าม


แชร์เรื่องนี้